วิเคราะห์บอล โปรแกรมบอล ดูบอลสด ผลบอล ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก


Message is a Power Banner is not a Crime

ในป้จจุบันการแสดงออกทางเชิงสัญลักษณ์ในโลกของฟุตบอลนั้นกลายเป็นเรื่องที่ยาก ด้วยขีดจำกัดในมาตรการรักษาความปลอดภัย หรือแม้กระทั่งถูกมองว่าไม่เหมาะสม ป้ายผ้ามันไม่ใช่อาชญากรรมก็จริง แต่ข้อความมันมีพลังที่จะทำให้บางสิ่งบางอย่างต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ บางครั้งก็อาจจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้จากการเห็นข้อความบางข้อควาจากกรณีที่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เอาชนะ บีจี ปทุม ยูในเต็ด ไป 2-1 ได้มีกรณีคราม่าเรื่องป้ายข้อความที่ว่ "Welcome to hell" วิเคราะห์บอล(ยินดีต้อนรับสู่นรก) และ "Sarach we hate you" (สารัชเราเกลียดคุณ) และทางสโมสรกิเลนผยองได้ถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 41,666 บาท เราจะเห็นได้ว่าถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้มีคำหยาบคายอะไรเลย แต่เรียกได้ว่าเป็นสีสันที่ทำให้การเข้ไปชมฟุตบอลที่สนาม หรือการรับชมอยู่ทางบ้านมีสีสันมากขึ้น การกลับมาที่รังเก่าของอดีตนักเตะที่เป็นลูกหม้อนั้นมันก็ไม่แปลกเลยที่มีการต้อนรับแบบดุดัน ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสากลมากใช่แล้วครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง Tifo และ Banner และการแสดงออกของแฟนบอลในสนามฟุตบอลนั้นไม่ได้มีแค่การร้องเพลงเชียร์และการก่นด่าเท่านั้น แต่การเขียนป้ายผนั้นเป็นการแสดงออกที่ยิ่งใหญ่ของแฟนบอลที่อยากให้สังคมได้รับรู้ว่าพวกเขาอยากจะสื่อสารอะไร กับสิ่งที่พวกเขารู้สึกอยู่ ณขณะนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับการแสดงออกของกลุ่มแฟนบอลที่ต่างประเทศว่าการแสดงออกของพวกเขานั้นเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็อย่างว่าแหละครับมีทั้งค้นบวกและด้นลบ หรือแม้กระทั่งตลกขบขันก็ต้องใช้วิจรญาณในการรับชมด้วยนะครับ

 

  1. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วลิเวอร์พูลเปิดบนพบกับบาเยิร์น มิวนิค เสมอกันไป0-0 แต่ในช่วงระหว่างเกมการแข่งขัน แฟนบอลฝั่งเสือใต้ได้โชว์ป้ายข้อความ "Away ticket LFC 48 Pound FCB 55 Euro', "The greed knows no imits", "Twenty is plenty" ซึ่งมีใจความว่า "ตั๋วทีมเยือน ลิเวอร์พูล 48 ปอนด์ (ประมาณ 1,946บาท) บาเยิร์น มิวนิค 55 ยูโร" (ประมาณ 2,021บาท), "ความโลภไม่มีที่สิ้นสุด", "แค่ 20 ก็มากมายแล้ว" (ประโยคท้ายสุดก็คือ กล่าวแชะสโมสรของตนเอง ที่ตั๋วมีราคาแพงมาก ขณะที่ Twenty plentyเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกไรที่ช่วยเหลือคนในสหราชอาณาจักร)โปรแกรมบอล

 

  1. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ฮอลแลนด์กับสโมสรฟอร์ทูน ชิททาร์ด ทีมชื่อดังแห่งศึกเอเรดิวิชื่ซึ่งแฟนได้เกิดความวุ่นวายในสนามจากการทะเลาะวิวาทหน้าสโมสร จุดแฟลร์ จุดสโมค ในบริเวณสนามจนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศฮอลแลนด์ เอือมระอาจนพวกเขาต้องห้ามแฟนบอลเข้าสนาม และแฟนบอลเกิดความไม่พอใจที่พวกเขาไม่ได้เข้าสนาม จึงได้เขียนป้ายผ้า "Watching football is not a crime" ซึ่งมีใจความว่า "การดูฟุตบอลไม่ใช่อาชญากรรม"

 

  1. เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาบาเยิร์น มิวนิค เปิดบนเสมอไลป์ซิก 0-0 แฟนบอลได้นำป้ายข้อความ "FUCKRB" ซึ่งความหมายเพื่อนๆ น่าจะรู้กันดีนะครับ ซึ่งป้ายข้อความนี้จะสื่อถึงการต่อต้านสโมสรไลป์ชิก ที่ไม่ทำตามกฎ 50+1 ของฟุตบอลเยอมัน แฟนบอลต้องถือหุ้นเยอะกว่าประธานสโมสร โดยแฟนบอลชาวเยอรมันมองว่าจุดนี้จะทำลายฟุตบอลเยอรมัน โดยจากความเป็นท้องถิ่นกลายเป็นอุตสาหกรรมเหมือนกับบางประเทศ !ผลบอล

 

  1. ข้ามฟากมาที่ฝั่งอเมริกากันบ้าง เป็นเกมนิวยอร์ก ดาร์บี้ โดย นิวยอร์ก เรดบูลล์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวยอร์ก ซิตี้ ซึ่งเจ้าถิ่นได้ทำป้ายผ้าแซวผู้มาเยือนที่เป็นรูปของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และอันเดรีย ปีร์โล่ ที่มาด้แข้งในวัยที่กำลังใกล้แขวนสตัดว่า "City Retirement Home" ซึ่งหมายความว่า "บ้านเมืองของคนวัยเกษียณ"

 

  1. มาที่สเปนกันบ้างกับศึก El Derbi Madrileno (The Madrid Derby) ดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองมาดริด เรอัล มาดริด เปดรังซานติอาโก้ เบร์นาเบวต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแอตเลติโกมาดริด ด้วยการโชว์ทิโฟขนาดยักษ์ เป็นรูปเด็กห่มผ้าห่มลายขาวแดง ซึ่งเป็นสีของทีมตราหมี และมีเหล่าร้ายกำลังหลอกหลอนอยู่ มีข้อความว่า "cada noche de derby, vuestra peor pesadilla" ซึ่งหมายความว่า "ฝันร้ายที่สุดทุกคืนคือเกมดาร์บี้"

 

  1. มากันที่สโมสรโตรอนโต เอฟซี แห่งประเทศแคนาดา ที่ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันในเมเจอร์ลีกสหรัฐอเมริก เป็นทีมที่อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมายนัก แต่แฟนก็ยังเชื่อมั่นและศรัทธาในทีมรักของพวกเขาอยู่ด้วยการเขียนป้ายข้อ"Let's Fight Together And Make History." ซึ่งหมายความว่า "สู้ไปด้วยกันและสร้างประวัติศาสตร์"ดูบอลสด

 

  1. ภาพแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสรโบรุสเชีย ดอร์ทมุนด์ ที่ เจอร์เก้น คล็อปปี ปิดฉากการคุมทีมมาเป็นเวลา 7 ปี และพาเสือเหลืองประสบความสำเร็จมากมาย แฟนบอลตอบแทนเขาด้วยการวาดป้ายผ้ารูปเขาขึ้นมา และมีข้อความสั้นแต่มีความหมายมากมายนั่นก็คือ "DANKE JURGEN" ซึ่งหมายความว่า "ขอบคุณ เจอร์เก้น" (ที่ทำเพื่อพวกเรา)ผลบอล

 

  1. แฟนบอลกลุ่ม Gate 7 แห่งสโมสรโอลิมเปียกอส ยอดทีมแห่งประเทศกรีซ ก่อนแข่งพวกเขาได้ทำการโชว์ป้ายผ้าขนาดยักษ์เพื่อเป็นการข่มขวัญคู่แข่งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ว่าทุกทีมต้องศิโรราบให้กับพวกเขา (ซึ่งแม้ความจริงจะกลับกันก็ตาม)

 

  1. ในประเทศสกอตแลนด์เรารู้กันดีว่าเกมโอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้ ระหว่าง กลาสโกว์ เซลติก กับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส มีความเดือดดาลขนาดไหนเวลาคู่นี้เจอกัน และความเดือดในการโชว์ทิโฟของพวกเขาแต่ละครั้งมีความแสบขนาดไหน เรายกมาให้ท่านดูก็คือเดอะ เซลต์ โชว์ป้ายผ้าการเผาสนามของทีมเรนเจอร์สโดยคำว่า HUNS FC ซึ่งคำว่า HUNS หมายถึงแฟนบอลเรนเจอร์สที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนต์ (ฟุตบอลเป็นมากกว่าฟุตบอลจริง ๆ)ดูบอลสด

 

  1. อันดับสุดท้ายในโลกของฟุตบอลแฟนบอลมักจะถูกเจ้าของสโมสรนั้นมองว่าเขานั้นเป็นเพียงแค่ลูกค้าเสมอมา ซึ่งแฟนบอลไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยพวกเขาต่างก็เป็นผู้สนับสนุนทีมคนหนึ่ง และแฟนบอลลิเวอร์พูลกลุ่มหนึ่งได้ปลดปล่อยความรู้สึกผ่านป้ายข้อความว่า "Supporters not customers" อารมณ์ประมาณว่า "แฟนบอลไม่ใช่ลูกค้า"

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการแสดงออกทางด้านเชิงสัญลักษณ์ของแฟนบอล ที่ต้องการให้สังคมภายนอกได้รับรู้รับทราบ ดังนั้น การทำงานศิลปะบนผืนผ้าเป็นรูปก็ดี เป็นข้อความก็ดี ควรมีเสรีภาพในการแสดงออก ไม่ใช่การจำกัดสิทธิตามอาเภอใจของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดั้งนั้น "ป้ายผ้าคือพลัง และข้อความไม่ใช่อาชญากรรม" อย่างที่เข้าใจกันผิด ๆ ฟุตบอลเป็นมากกว่าเรื่องราวในสนาม พบกันใหม่กับลูกหนังหลังโกล สัปดาห์หน้า จะเป็นเรื่องราวของอะไรรอชมกันได้ สวัสดีครับ

 

httpsufa1234.comsoccerpremier

 

โปรแกรมบอล 

ตัดเกรด 6 ทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์

ลิเวอร์พูลยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่ดุดันเอาไว้ได้หสังจากที่พวกเขาผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยภารกิจสคัญของ "หงส์แดง" ในเวลานี้ก็คือการพยายามป้องกันแชมป์ให้ได้ แม้ว่าจะยากลบาก แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้เสมอสำหรับฤดูกาลนี้ "เดอะ เรคส์" ต้องเจอกับวิบากกรรมนักเตะบาดเจ็บเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะเชนเตอร์แบ็กที่ขาดทั้ง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์และ โจ โกเมช แต่ทีมก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้และเก็บชัยชนะจนทำให้ทีมขึ้นมายึดจ่าฝูงในช่วงคริสต์มาสได้พอดีหลังจากนี้ไปจะเป็นช่วง "บ็อกซิ่ง ซึ่งมีความสำคัญมาก ๆ และหากใครเพลี่ยงพล้ามีโอกาสที่จะอันดับร่วงไปเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนที่จะถึงช่วงโปรแกรมหฤโหด "เดอะ มิร์เรอร์" สื่อดังในอังกฤษ จึงได้ทำการตัดเกรดผลงานของ 6 ทีมดังในลีกผู้ดี

 

  1. ลิเวอร์พูล : Aวิเคราะห์บอล

หลายคนเคยตั้งคำถามว่าลิเวอร์พูลจะสามารถรักษามาตรฐานสุดยอดของพวกเขาเอาไว้ได้หรือไม่ หลังจากที่โชว์ฟอร์มที่น่าเหลือเชื่อจนสามารถผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับยุติ 30 ปี ที่แสนยาวนานในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสำหรับตอนนี้ข้อสงสัยเหล่านั้นน่าจะค่อยๆ คลายไปบ้างแล้ว เพราะฟอร์มของ "หงส์แดง"ยังคงสุดยอดเกินจะบรรยาย ขนาดพวกเขามปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะเชนเตอร์แบ็กที่ต้องใช้ฟาบินโญ่ลงมาทำหน้าที่แทนหรือบางครั้งต้องเรียกดาวรุ่งไร้ประสบการณ์มาเล่นทีมก็ยังคงเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องปัจจุบัน "เดอะ เร้ดส์" รั้งตำแหน่งจ่าฝูง โดยมี 31 คะแนน นำห่างเลสเตอร์ ชิตี้อันดับ 2 ถึง 4 แต้ม โดยลงสนามไปแล้ว 14 เกมเท่านั้น ถ้หากทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ไม่โดน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า กะซวกยับ 7-2 งานนี้คงได้เกรด A+ แหง ๆ

 

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : B+

   แม้ว่าจะโดนเสียงวิจารณ์มาตลอดก็ตามแต่ตอนนี้ โอเล่ กุนนาร์ โชลชา สามารถนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของตารางลีก โดยมีคะแนนตามหลัง "หงส์แดง" 5 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 แมตช์ ซึ่งถือว่าตอนนี้พวกเขามีลุ้นความสำเร็จในลีกเลยทีเดียว

 

ต้องบอกเลยว่าฟอร์มของ "ปีศาจแดง" โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะเกมรุก อย่างล่าสุดพวกเขาเพิ่งจะถล่มลีดส์ ยูไนเต็ด 6-2 แม้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องพบกับความยากลำบากกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่สำหรับเกมเยือนพวกเขาโดดเด่นเป็นสง่าสุด ๆ เพราะเก็บชัยชนะเรียบวุธฉะนั้น ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง หากแมนฯ ยูฯ สามารถรักษาฟอร์มการเล่นนอกบ้านได้อย่างแข็งแกร่ง และพัฒนาผลงานใน "โรงละครแห่ความฝัน" ให้ดียิ่งขึ้น งานนี้โอกาสที่พวกเขาจะฝันถึงแชมป์ลีกที่เฝ้ารอมานานหลายปี ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

 

  1. เชลซี : Bโปรแกรมบอล

หลายคนค่อนข้างเชิดชู "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมที่จะเบียดแย่งแชมป์ลีกกับลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรแล้ว หลังจากที่พวกเขาดันพลาดท่าแพ้เอฟเวอร์ตัน กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ติดต่อกันแม้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่คนหนุ่มไฟแรงจะเรียกสติของบรรดาแข้ง "สิงห์บลูส์"กลับมาได้แล้ว ในแมตซ์ที่ไล่ต้อน "ขุนค้อน"เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-0 ก่อนช่วงคริสต์มาส แต่ก็ยังคงต้องออกแรงเหนื่อยสุด ๆ ในการไล่ตาม "เดอะ เร้ดส์"ฉะนั้น ในเวลานี้สิ่งที่เชลซีทำได้ก็คือการมีสมาธิในการพยายามทำอันดับติดท็อปโฟร์ให้ได้ส่วนเรื่องการลุ้นแชมป์อาจจะต้องรอจังหวะความผิดพลาดจากทีมหัวตารางไปก่อน

 

  1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : C+

ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่น่าแปลกประหลาดมาก ๆดูบอลสด สำหรับผลงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ค่อนข้างจะยิงประตูได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินในฤดูกาลนี้ โดยทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เชชุส มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตทั้งคู่ และนั่นจึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในการชัดประตูคู่แข่งกุน" กับเชซูสยิ่งกันได้แค่ 2 ลูกในลีกเท่านั้น ในขณะที่เกมรับยังค่อนข้างพอใจพึ่งพาได้บ้างทั้งการมี รูเบน ดิอาส และ นาธาน อาเก้รวมทั้ง จอห์น สโตนส์ ที่ฟอร์มกลับมาดีวันดีขึ้นโดยมีแค่ลิเวอร์พูลที่แพ้ (1 เกม) น้อยกว่า "เรือใบสีฟ้า" (2 เกม) เท่านั้นอย่างไรก็ตาม การที่ไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้ส่งผลให้ทีมค่อนข้างจะหนักไปทางเสมอและส่งผลให้ต้องร่วงไปอยู่อันดับ 8 ของตารางลีกแม้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเพิ่งฝากอนาคตเอาไว้กับทีมก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าแมนฯ ชิตี้ กำลังอยู่ท่ามกลางช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงผลบอล

 

  1. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ : B

สเปอร์สเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมโดยพวกเขาไม่แพ้มาตลอด 11 เกม หลังจากทเปิดซีชั่นด้วยการแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-1 ซึ่งในเวลานั้น "ไก่เดือยทอง" ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกภายใต้มันสมองของ โชเช่ มูรินโญ จอมวางแท็กติกชั้นอ๋องอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันของสเปอร์สคอนขงไม่มั่นดงซะแล้ว หลังจากที่พวกเขาแพ้ติดต่อกัน 2 แมตช์ ในการปะทะกับลิเวอร์พูลและ เลสเตอร์ ซิตี้ สำหรับในเรื่องของเกมรุกตอนนี้คงต้องยกให้ แฮรรี่ เคน กับ ชน ฮึง-มิน กลายเป็นหนึ่งในคู่หูถล่มประตูที่ดีที่สุดในโลกไปแล้วสำหรับเรื่องการลุ้นแชมปีอาจจะยังไม่ถึงเรล่าชองสเปอร์ส แต่การทำอันดับไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก น่าจะมีโอกาสประสบความสเร็จหลังจากที่พวกเขาต้องผิดหวังเมื่อซีซีชั่นที่ผ่านมา

 

วิเคราะห์บอล 6. เลสเตอร์ ซิตี้ : A-

ตอนนี้เลสเตอร์ ชิตี้ ภายใต้การกุมบังเหียนของ เบรนแดน ร็อคเจอร์ส ต้องบอกว่าฟอร์มน่ากลัวจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาดันพลาดโอกาสคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมสุดท้าย เมื่อพลาดกให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาสำหรับฤดูกาลนี้ "เดอะ ฟอกซ์" ฟอร์มยังคงร้อนแรง โดยเฉพาะการเล่นเกมบุกที่มีความดุดันมาก ๆ ทำให้พวกเขามีลุ้นในการติดท็อปโฟร์หลังจากที่เก็บชัยชนะ 9 แมตช์เห่ากับลิเวอร์พูลแต่น่าเสียดายที่ดันแพ้เยอะถึง 5 เกม (ยังไม่เสมอเลย) ส่งผลให้ตกเป็นรอง "หงส์แดง" 4 แต้มที่สำคัญ เจมี่ วาร์ดื้ ยังคงยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง และนั่นทำให้พวกเขากลับมามีลุ้นแชมป์ลีก รวมไปถึงโอกาสที่จะไปได้ไกลในศึกยูโรปา ลีก ด้วย

 

ผลบอล ฟุตบอลพรีเมียร์ลึก อังกฤษ

ลีดส์ ยูไนเต็ด 1 - เบิร์นลี่ย์ 0

สนาม : เอลแลนด์ โร้ด

มาร์เชโล บิเอลซ่า กุนซือ ลีดส์ ยูไนเต็ดพาทีมแพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 2-6 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้นัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม โดยนัดนี้นำมาโดย แพทริค แบมฟอร์ด ศูนย์หนตัวความหวังของทีมด้าน ฌอน ไดช้ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ พาทีมชนะวูล์ฟแฮมปตัน 2-1 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 4 เกมแล้ว นำมาโดยคู่หูในแดนหน้าอย่าง คริส วู้ดกับ แอชลี่ย์ บาร์นส์เขี่ยเริ่มเกมมาได้ไม่ถึง 5 นาทีเป็นฝั่ง "ยูงทอง" ที่ได้ขึ้นนำก่อนจังหวะที่ นิค โป๊ป ไปทำฟาวล์โดยการโถมตัวเข้าใส่ แพทริค แบมฟอร์ด ก่อนที่ โรเบิร์ต โจน ผู้ตัดสินจะชี้เป็นจุดโทษ ก่อนที่แบมฟอร์ด จะเป็นผู้ลุกขึ้นมาสังหารเองด้วยเท้าซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม ลีดส้ ขึ้นนำ 1-0ต่อมานาทีที่ 19 เป็นทีมเยือนที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่ เบน มี ชิงขึ้นโหม่งก่อน อิล็อง เมสลิเยร์ แล้วบอลมาตกที่ คริส วู้ด ก่อนจะจิ้มเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป๋าว่าเป็นฟาวล์ของ เบน มี ไปก่อนโปรแกรมบอล

 

ครึ่งชั่วโมงเศษผ่าน เป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ได้ลุ้นทิ้งห่างออกไปจากจังหวะที่ ราฟินญ่า ได้ดวลกับ เบนมี ก่อนจะเลี้ยงหนีไปได้สุดเส้นหลัง ก่อนจะย้อนมาแจ็ค แฮร์ริสัน ได้สับไคแต่ดันไปติดเพื่อนร่วมทีมอย่างแพทริค แบมฟอร์ดหลังจากนั้นอีก 4 นที่เป็นโอกาสครั้งแรกของผู้มาเยือนจะ ๆ จากจังหวะเปิดของ แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด มาถึง คริส วู้ด ได้กระโดดโหม่งเต็ม ๆ แต่ก็ยังไม่ดีพอให้เป็นประตูนาที 40 ลีดส์ ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะบอลยาว แล้ว เบน มี โหม่งสกัด แต่บอลดันไปเข้าทางของ ราฟินโญ่  ได้แปตามาสวนเข้าไป แต่ นิค โปปก็ล้มตัวรับบอลไว้ได้เป็นฝั่งเจ้าบ้านกีดหมบุกอย่างหนัก และมาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเปิดของ แจ็ค แฮร์ริสัน มาถึงหัวของ โรดริโก้ โมเรโน่ ได้โหม่ง แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดายในนาที 44จบครึ่งแรกเป็น ลีดส์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0ดูบอลสด จากลูกจุดโทษของ แพทริค แบมฟอร์ด

 

เริ่มครึ่งหลังมาเป็นฝั่ง เบิร์นลี่ย์ ที่โหมบุกอย่างหนัก เพื่อต้องการที่จะตีเสมอให้ได้ โดยนาที 55 เป็นดอกาสได้ลุ้นตีเสมอสุด ๆ จากลูกยิงของ แม็ทธิว โลว์ต้น แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะผ่านมือของ อิล็อง เมส์ลิเยร์

แล้วก็ตามด้วยลูกเปิดของ ชาร์ลี เทย์เลอร์มาให้ คริส วู้ด ได้ชัด แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ เมสลิเยร์อีกเช่นกันในนาที 56นาที 59 เจ้าถิ่นมีการขยับตัวผู้เล่นคนแรกโดยส่ง ป่าโบล เอร์นานเดซ ลงเล่นแทนที่ของ โรดริโก้ โมเรโน่ หลังจากนั้นนาที 67 มีการขยับตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยถอด มาเตอุสซ์ คลิช แล้วส่ง เจมี่ แชคเคิลตัน ตามด้วยเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้ายโดยส่ง เอียนโพเวดา ลงมาแทน ราฟินญ่าหลังเปลี่ยนตัว "ยูงทอง" ได้ลุ้นจากจังหวะสวนกลับมาโดย ปาโบล เอร์นานเดซ ลากบอลจากกลางสนามมาถึงกรอบ 6 หล ก่อนจะสับไก แต่ นิค โป๊ป ก็ปัดทิ้งไปได้

 

นาที 74 เป็นฝั่งทีมเยือนที่มีการตัวผู้เล่นบ้างด้วย โดยถอด เอริค ปีเตอร์ส กับ จอช เบนสันออกแล้วส่ง เจย์ โรดริเกซ กับ เดล สตีเฟ่นส์ ลงมาเล่นแทนในช่วงเวลาที่เหลือต่อมานาที 87 เบิร์นลี่ย์ ได้โอกาสลุ้นอย่างหนักจากจังหวะแทงบอลมาของ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ มาให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ ก่อนจะตะบันไปติดเซฟของ อิล็อง เมส์ลิเยร์หลังจากนั้นช่วงท้ายเกม แม้ว่าทางฝั่งทีมเยือนจะคุมทีมบุกอย่างหนักแค่ไหนก็ยังไม่สมารถทำประตุตีเสมอได้จบเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาชนะไปอย่างสนุกด้วยสกอร์ 1-0

 

แมนฯ ซิตี้ 2 - นิวคาสเชิล 0

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยมวิเคราะห์บอล

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบ็อกซิ่ง เดย์เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกัน

ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังรับการมาเยือนของนิวคาสเชิ่ล ซึ่งผลงานล่าสุดในลีกของทั้งคู่นั้น "เรือใบสีฟ้า" เพิ่งบุกไปเฉือนเอาชนะ เซาธ์แฮมปีตัน1-0 ส่วน "สาลิกาดง" เสมอกับ ฟูแล่ม ในบ้านตัวเอง 1-1

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วาง เฟร์ราน ตอร์เรสล่าตาข่ายโดยมี แบร์นาร์โด้ ชิลวา, เดวิน เดอ บรอยน์และ ราฮีม สเตอร์ลิง สนับสนุน ส่วนทางฝั่ง สตีฟ บรูช นายใหญ่นิวคาสเชิลเน้นเกมรับมาเป็นพิเศษ ทว่าแนวรุกยังฝากทีเด็ดไว้ที่ โชลินตอน

 

เปิดฉากครึ่งแรก ทั้งสองทีมต้องเล่นห่มกลางสายฝนที่ตกลงมา และนาทีที่ 15 โอกาสยิงหนแรกของ "เรือใบสีฟ้า" เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันทีบอลจาก โรดรี้ แทงทะลุให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนล็อกหนีแนวรับสาลิกาดงและจ่ายนิ่มๆ ให้ อิลคาย กุนโดกัน วิ่งมาแปด้วยขวาเสาแรกเข้าไป

นาที 19 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่สองนำห่างหลัง เดวิน เดอ บรอยน์ พยายามเปิดโค้งมาเสาไกลแต่บอลผิดเหลี่ยมลึกเกือบจะโค้งเข้าประตู แต่ยังดีที่คาร์ล ดาร์โลว์ มือกาวของนิวคาสเซิลสุปริงข้อเท้าเหินปัดบอลออกไปหวุดหวิดนาที 34 ลูกทีมของเป๊ป พลาดโอกาสทองที่จะได้ประตูอีก คราวนี้ เฟร์ราน ตอร์เรส ผ่านบอลสุดเนียนให้ เดวิน เดอ บรอยน์ หลุดกับดักล้าหน้าเข้าไปดวลเดี่ยวแต่ดันยิงไม่ดีไปติดขา คาร์ล ดาร์โลวออกหลังอย่างน่าเสียดายผลบอล